Breaking News
Home / นั่งชิว / 8 เมืองสมัยใหม่ที่สร้างมารองรับผู้คน แต่กลับกลายเป็นเมืองร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่

8 เมืองสมัยใหม่ที่สร้างมารองรับผู้คน แต่กลับกลายเป็นเมืองร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่

 

ประชากรเพิ่มขึ้นทุกวันทำให้เกิดปัญหาสังคมแออัด บางทีเมืองเล็กๆ กลับมีคนอาศัยนับล้านคนเลยทีเดียว และนี่เป็นเมืองสมัยใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้คน แต่น่าแปลกที่แต่ละเมืองนั้นทั้งใหญ่โตและสวยงามแต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเมืองร้างไปอย่างน่าเสียดาย จะมีที่ไหนบ้าง ไปชมกันเลย

.

1. Kangbashi, จีน

.

จีนเป็นผู้นำของโลกในเรื่องการก่อสร้างอาคาร มีการก่อสร้างอาคารและเมืองใหม่ๆ ขึ้นทุกปี และถึงแม้ว่าประชากรจะมีจำนวนมากแต่ที่อยู่อาศัยเหล่านี้กลับร้าง

.

เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีราคาสูงมาก และอีกเหตุผลหนึ่งคือหลักประกันในกรณีเกิดสงคราม เพราะเมืองที่มีประชากรหนาแน่นของจีนมักจะถูกโจมตีทางอากาศ หลังจากนั้นจะมีการสร้างขึ้นใหม่จนเกิดความมั่งคั่ง ราคาถูกและมันกว่าเยอะ

.

เมืองร้างที่ใหญ่ที่สุดในจีนตั้งอยู่ในเขต Ordos มันเป็นแหล่งถ่านหินที่อุดมสมบูรณ์ ตั้งอยู่ภายในเมือง Kangbashi ภายในเมืองมีบ้านเรือนหลายพันหลังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งสนามบบิน สวนสาธารณะ โรงละคร ถนน และพิพิธภัณฑ์

.

เริ่มก่อสร้างในปี 2001 และคาดว่าจะมีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 1 ล้านคน แต่กลับมีประชากรอาศัยอยู่เพียง 2% ในจำนวนที่คาดหวังไว้

.

2. Cirueña, สเปน

.

เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสเปน แต่ไม่กี่ปีต่อมาก็มีการออกแบบเมืองไว้สำหรับรองรับคนกว่า 10,000 คน

.

มีการสร้างกระท่อมและอาคารที่พักอาศัยมากกว่า 100 แห่ง มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สระว่ายน้ำ สนามกอล์ฟ แต่แล้วในปี 2008 กลับเกิดวิกฤตการเงินโลก

.

แม้จะสร้างไว้รองรับผู้คนนับ 10,000 คน แต่กลับมีคนอศัยอยู่เพียง 100 กว่าคนเท่านั้น

.

แม้ว่ามันจะกลายเป็นเมืองร้าง แต่เมืองนี้กลับไม่เคยว่างเปล่าเพราะเป็นเส้นทางผ่านสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปแสวงบุญยังเมือง Santiago de Compostela

.

3. Tianducheng, จีน

.

เป็นเมืองจำลองของปารีสขนาดเล็กตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศจีน สร้างขึ้นเลียนแบบปารีส ทั้งยังมีหอไอเฟลขนาดเล็กอีกด้วย โดยมีความสูง 108 เมตร

.

มันสร้างขึ้นในปี 2007 และออกแบบไว้รองรับผู้คนกว่า 100,000 คนที่ต้องการจะแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตในชนบทของตนเองกับคนในเมือง

.

แต่ตอนนี้ในเมืองกลับมีประชากรไม่ถึง 1 ส่วน 4 ของประชากรที่ตั้งเป้าไว้ ทั้งราคาอสังหาริมทรัพย์ยังมีราคาแพงมากอีกด้วย

.

มันกลายเป็นสถานที่จำลองของฝรั่งเศสที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว แต่มันได้รับความนิยมมากสำหรับคู่บ่าวสาวที่ต้องการจะถ่ายพรีเวดดิ้ง

.

4. Kilamba, แองโกลา

.

เป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยบริษัทลงทุนของจีน ตั้งอยู่ห่างจากเมือง Luanda เมืองหลวงของแองโกลาประมาณ 30 กิโลเมตร

.

การก่อสร้างเมืองเสร็จสิ้นในปี 2012 มีอาคารอพาร์ตเมนท์สูงหลายชั้นกว่า 750 อาคาร เพื่อรองรับผู้คนกว่าครึ่งล้าน ทั้งยังมีพื้นที่ช้อปปิ้งมากกว่า 100 แห่ง รวมถึงโรงเรียนอีกนับสิบแห่ง

.

ใช้ทุนในการก่อสร้างทั้งหมด 3.5 พันล้านเหรียญ

.

แต่กลับมีคนอาศัยอยู่ในเมืองเพียง 1,000 กว่าคนเท่านั้น มันเป็นประเทศเปิดที่ไม่มีชนชั้นกลางเพราะประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน และพวกเขามีรายได้เพียง 2 เหรียญ/วันเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถซื้ออพาร์ตเมนท์ได้

.

5. Thames Town, จีน

.

เป็นอีกหนึ่งเมืองร้างเล็กๆ ของจีน ที่สร้างขึ้นเลียนแบบกรุงลอนดอน มันมีพื้นที่เพียง 1 ตารางกิโลเมตร และสร้างขึ้นไว้รองรับคนกว่า 10,000 คน

.

ทั้งยังมีแม่น้ำเทมป์ บ้านทรงวิคตอเรีย โบสถ์แบบโบราณ ตู้โทรศัพท์สีแดง และรูปปั้นของ Harry Potter กับ James Bond อีกด้วย โดยใช้งบประมาณในการสร้างเมืองกว่า 800 ล้านเหรียญ

.

แต่มันกับล้มเหลวเพราะวิกฤตทางการเงินในปี 2012 มันออกแบบมาสำหรับคนรวยในเมืองจีน แต่กลับมีน้อยคนที่อยากจะอยู่ มันจึงกลายเป็นเมืองร้าง

.

มันจึงกลายเป็นเพียงเมืองที่มีฉากตกแต่งสวยงามเหมือนกับเมือง Tianducheng เท่านั้น

.

6. Masdar City, สหรัฐฐอาหรับบเอมิเรตส์

.

เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สร้างขึ้นห่างจากเมืองอาบูดาบบีไกล 17 กิโลเมตร ใช้งบบในการสร้างประมาณ 22 พันล้านเหรียญ ในเมืองมีการสร้างระบบพลังงานทดแทนไว้อีกด้วยเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ทั้งยังมีระบการรีไซเคิลขยะจนทำให้มันกลายเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบ

.

มันถูกสร้างไว้รองรับคนกว่า 50,000 คน แต่ปัจจุบันกลับมีคนอาศัยอยู่เพียง 30,000 คนเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของสถาันวิทยาศาสตร์

.

นอกจากนี้ในเมืองยังห้ามมีรถยนต์อยู่ในเมืองอีกด้วย ที่นั่นมีร้านค้าเพียงร้านเดียว หรือไม่ก็ต้องไปยังเมืองอื่นเพื่อซื้อหาสินค้า

.

แม้จะสร้างเมืองเสร็จหมดแล้ว แต่มันก็ยังคงว่างเปล่า และหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้มันเป็นเมืองร้างคงเป็นเพราะวิกฤตของเศรษฐกิจ และประชากรส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราจนไม่พร้อมจะมาใช้ชีวิตแบบต้องรับผิดชอบในเมือง

.

7. Kijong-dong, เกาหลีเหนือ

.

เป็นหมู่บ้านของชาวเกาหลีเหนือที่ตั้งอยู่ติดกัยเขตปลอดทหารและเป็นที่เดียวที่สามารถมองเห็นได้จากเกาหลีใต้ มันถูกสร้างขึ้นในปี 1950 มีคนอาศัยอยู่กว่า 200 ครอบครัว

.

จนในปี 2004 มีการโฆษณาชวนเชื่อแข่งกันระหว่างกองทัพเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ จนคนเริ่มย้ายไปอยู่ที่อื่น

.

8. เนปิดอร์, พม่า

.

เป็นเมืองที่รัฐบบาลพม่าสร้างขึ้นในปี 2005 เพราะตัดสินใจจะย้ายเมืองหลวงจากเมืองย่างกุ้งมาไว้ที่นี่ มันเป็นเมืองที่ถูกสร้างไว้กลางป่าครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,054 ตารางกิโลเมตร และหมดเงินในการสร้างไปกว่าหลายพันล้านดอลลาร์

.

นอกจากอาคารของรัฐบาลแล้ว ยังมีที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า โรงแรม สนามกอล์ฟ ศูนย์กีฬา สวนสมุนไพร และสวนสัตว์หลายแห่งในเมือง

.

แต่สุดท้ายมันกลับรกร้างว่างเปล่าไม่มีคนไปอาศัยอยู่เลย แม้จะมีถนนหลายเลนส์แต่มันกลับว่างเปล่าเพราะไม่มีคนอาศัยอยู่

.

ที่มา : brightside | clipmass

Check Also

คู่รักปลูกต้นไม้ 4 ล้านต้นใน 20 ปี เพื่อฟื้นคืนป่าที่ถูกทำลายจนมีสัตว์ป่ากลับมาอีกครั้ง

อ้างอิงข้อมูลจา …