Breaking News
Home / นั่งชิว / 10 เรื่องเบื้องหลัง กว่าจะเป็นหนัง Fast & Furious

10 เรื่องเบื้องหลัง กว่าจะเป็นหนัง Fast & Furious

 

หนังแอ็คชั่นสุดมันส์ที่มาพร้อมกับความเร็ว พาผู้ชมไปซิ่งมาแล้วทั้งหมด 7 ภาค และตอนนี้แฟน ๆ กำลังตื่นเต้นกับภาค 8 อย่าง The Fate of the Furious เราจึงได้รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ Digital Spy มาเป็น 10 เรื่องน่าสนใจจากหนังชุด Fast & Furious ที่คุณอาจไม่เคยทราบมาก่อน มาดูกันว่าเบื้องหลังความสนุกของแต่ละภาค มีเรื่องเด็ด ๆ อะไรซ่อนอยู่บ้าง

.

10. วิน ดีเซล

.

ไม่อยากกลับมาเล่นวิน ดีเซล ปฏิเสธข้อเสนอจาก Universal Studios เป็นมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะไม่อยากกลับมาเล่นหนังภาค 2 โดยเขาเปิดใจเมื่อปี 2015 ว่าทางสตูดิโอไม่สนใจว่า 2 Fast 2 Furious จะต่อเนื่องจากภาคแรกหรือไม่ พวกเขาแค่เขียนเรื่องออกมาแล้วแปะชื่อ Fast & Furious ทับไปเท่านั้นเอง

.

9. บทสำหรับภาค 2 Fast 2 Furious

.

Universal Studios เตรียมบทสำหรับภาค 2 Fast 2 Furious เอาไว้ 2 ชุด ชุดแรกมีบทของ วิน ดีเซล ส่วนอีกชุดสำรองไว้เผื่อ วิน ดีเซล ไม่ยอมกลับมา ซึ่งผลสุดท้าย วิน ดีเซล ก็ไม่กลับมาร่วมแสดงจริง ๆ

.

8. Tokyo Drift

.

หนังภาค 3 ที่ชื่อว่า Tokyo Drift ไม่ค่อยประสบความสำเร็จจากการฉายรอบทดลอง ดังนั้น Universal ได้ขอให้ วิน ดีเซล กลับมาร่วมแสดงรับเชิญในช่วงท้าย เพื่อเป็นแม่เหล็กดูดรายได้บน Box Office แต่ถึงอย่างนั้น วิน ดีเซล ยื่นขอเสนอว่าเขาจะกลับมาภายใต้ 1 เงื่อนไขคือ Universal ต้องมอบสิทธิ์สร้างหนัง Riddick ให้กับเขา ซึ่งทางค่ายก็ตอบตกลง ส่วนเขาก็ได้สร้างหนัง Riddick เวอร์ชั่นของตัวเองในปี 2013

.

7. บท เอ็ดวิน

.

ผู้กำกับ จอห์น ซิลเกิลตัน (John Singleton) อยากได้แร็พเปอร์หนุ่ม จา รูล (Ja Rule) กลับมารับบท เอ็ดวิน ในหนังภาค 2 แต่เขาขอปฏิเสธเพราะอยากเล่นหนังเรื่องอื่นมากกว่า ซึ่งภายหลังตัวละครดังกล่าวถูกแทนที่โดย เทจ ปาร์คเกอร์ คาแรคเตอร์ใหม่ซึ่งรับบทโดยแร็พเปอร์อีกคนอย่าง ลูดาคริส (Ludacris) ที่ยังมีบทบาทจนถึงทุกวันนี้

.

6. ซุง กัง

.

จัสติน ลิน (Justin Lin) คว้าตัวนักแสดงเชื้อสายเกาหลี ซุง กัง (Sung Kang) มาสวมบทเป็น ฮาน ในภาค Tokyo Drift และหลังจากนั้นอีก 3 ภาค อย่างไรก็ตามเขาเคยสวมบทเป็นตัวละครชื่อ ฮาน มาแล้วในหนังเรื่อง Better Luck Tomorrow ซึ่งเป็นหนังของผู้กำกับ จัสติน ลิน เช่นกัน แน่นอนว่าทั้งสองตัวละครไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด

.

5. บท ลุค ฮ็อบส์

.

ก่อนที่ เดอะร็อค ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) จะสวมบทเป็น ลุค ฮอบส์ อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทราบหรือเปล่าว่าขาบู๊รุ่นใหญ่อย่าง ทอมมี่ ลี โจนส์ (Tommy Lee Jones) เคยตัวเลือกโปรดที่ วิน ดีเซล (Vin Diesel) อยากได้มารับบทนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อแฟน ๆ เรียกร้องมาเยอะว่าอยากเห็นเดอะร็อคร่วมแสดงด้วย บทดังกล่าวจึงตกเป็นของเขา

.

4. ช่วงท้ายของหนังภาค 6

.

ช่วงท้ายของหนังภาค 6 ในฉากที่ ฮอบส์ เดินเข้ามาในงานปาร์ตี้ของ ดอม เราได้ยินฮอบส์เล่นมุขเกี่ยวกับหน้าผากของ โรมัน ซึ่งฉากนี้ เดอะร็อค ด้นสดขึ้นมาเอง ซึ่งสิ่งที่ยอดเยี่ยมคือการที่คนถูกแซวอย่าง ไทรีส กิ๊บสัน (Tyrese Gibson) ยังคงเนียนเล่นบทของตัวเองต่อไป ทำให้ฉากนี้ออกมาตลกหน้าตายที่สุด

.

3. ไบรอัน กับ เล็ตตี้

.

แม้จะเป็นตัวละครเด่นด้วยกันทั้งคู่ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ไบรอัน กับ เล็ตตี้ ไม่เคยมีบทสนทนากันจนกระทั่งถึงภาค 6

.

2. พอล วอล์คเกอร์

.

พอล วอล์คเกอร์ (Paul Walker) ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับบท ไบรอัน โอ คอนเนอร์ เพราะก่อนหน้านั้นมีนักแสดงหลายคนที่ถูกพิจารณา เช่น เอมิเน็ม (Eminem), คริสเตียน เบล (Christian Bale) รวมถึง มาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg)

.

1. พอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิต

.

หลังจาก พอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทีมงานต้องแก้ปัญหาให้ได้ว่าจะนำเขากลับมาเล่นหนังภาค 7 ต่อให้จบได้อย่างไร ซึ่งคำตอบคือการนำใบหน้าและเสียงจากภาคก่อนของพอล มาผสานกับการสร้างภาพด้วยวิชวลเอฟเฟกต์ จากนั้นจึงนำใบหน้าที่ได้ไปใส่บนร่างกายของน้องชายแท้ ๆ อย่าง โคดี้ วอล์คกอร์ (Coby Walker) และเคเลบ วอล์คเกอร์ (Caleb Walker) ที่ขอรับหน้าที่สแตนอินแทนพี่ชายนั่นเอง

.

ที่มา : toptenthailand

Comments

comments

Check Also

ชาวนาญี่ปุ่นอาศัยอยู่ใจกลางสนามบินนาริตะ เพราะปฏิเสธเงิน 180 ล้านเยน

หลายคนที่มีบ้าน …