Breaking News
Home / นั่งชิว / 10 เรื่องราวลี้ลับ ‘สิ่งของต้องสาป’ กับอาถรรพ์ที่ยังคงซ่อนอยู่

10 เรื่องราวลี้ลับ ‘สิ่งของต้องสาป’ กับอาถรรพ์ที่ยังคงซ่อนอยู่

 

เชื่อว่าภายในบ้านของแต่ละคนจะต้องมีข้าวของเก่าแก่ที่มีอายุยืนยาวเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแน่นอน ซึ่งในบางครั้งของเหล่านั้นก็มีอายุมากกว่าเราซะอีก

แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่มีใครมาเล่าให้ฟัง เราก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าของเหล่านั้นมันมีประวัติหรือมีความเป็นมาอย่างไร บางครั้งมันอาจจะมีเรื่องราวลี้ลับซ่อนอยู่ก็ไปได้

และถ้าหากนำไปขาย คนที่จะรับความซวยต่อไปก็คือเจ้าของคนใหม่ที่ได้มาซื้อต่อ เพราะพวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่าข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ อันล้ำค่าที่ซื้อไปนั้น มันมีเบื้องหลังอันน่าสะพรึงกลัวอะไรบ้าง…

นี่คือ 10 สิ่งของที่ว่ากันว่ามีเรื่องราวอันลี้ลับซ่อนอยู่ แถมยังเคยถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์อีกด้วย ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่า ว่าจะมีอะไรบ้าง

.

1. Dybbuk Box กล่องขังวิญญาณ

.

Dybbuk Box เป็นกล่องใส่ไวน์ที่มีหน้าตาธรรมดาๆ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตำนานความหลอนซ่อนอยู่ เพราะมันเป็นกล่องอาถรรพ์ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่ากันว่ามีดวงวิญญาณชั่วร้ายถูกกักขังเอาไว้ในนั้น

แต่ภายหลังเจ้ากล่องดังกล่าว ถูกนำมาขายปะปนกับสิ่งของทั่วไปบนโลกออนไลน์ จากนั้นความสยดสยองก็ได้เกิดขึ้นกับผู้ที่ซื้อไปในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

สำหรับ Dybbuk Box ถูกนำไปประกาศขายผ่านงานประมูลเมื่อเดือนกันยายน ปี 2001 โดยผู้ขายเป็นหลานสาวของคุณยายชาวยิวผู้เป็นเจ้าของกล่องไวน์ลึกลับ

แต่ด้วยเหตุที่คุณยายต้องการให้ทำการฝังมันลงไปพร้อมกับร่างของเธอ มันกลับขัดกับขนบธรรมเนียมของชาวยิว จนต้องนำออกมาประกาศขายแทน

.

Kevin Mannis นักสะสมของโบราณ คือผู้สนใจซื้อไปครอบครองต่อ และเก็บไว้ในห้องชั้นใต้ดิน จู่ๆ ก็มีเกิดเหตุการณ์ไฟตกไฟดับ ประตูแต่ละบานถูกล็อคอย่างปริศนา และเริ่มมีเสียงแปลกประหลาดมาจากชั้นใต้ดินที่เก็บกล่องไม้เอาไว้

หลังจากนั้นเขาก็นำไปมอบให้กับคุณแม่เพื่อเป็นของขวัญ แต่แล้วเธอก็เกิดอาการช็อคกระทันหันถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล พร้อมกับพูดทีละตัวอักษรเป็นคำว่า ‘H-A-T-E G-I-F-T’ พร้อมกับอาการหลั่งน้ำตาที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย

แม้ว่าจะทำการมอบให้กับใครไปก็ตาม เขาก็จะได้รับกล่องไวน์ไม้อาถรรพ์นี้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว และไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใดก็ตาม เขาเริ่มมีอาการฝันร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ และค้นพบว่าคนในครอบครัว ที่เข้าใกล้กล่องนี้ก็มีอาการฝันร้ายเช่นเดียวกัน

.

.

เมื่อรู้แล้วว่ามีสิ่งเหนือธรรมชาติเกิดขึ้นเพราะกล่องดังกล่าว เขาก็ได้ทำการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจนหลับไปหน้าจอคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกเหมือนว่ามีบางสิ่งหายใจรดต้นคออยู่ ทันใดนั้นก็หันไปเจอกับร่างเงาขนาดใหญ่พุ่งหายไป

และสุดท้ายแล้ว Kevin ก็ได้นำกล่องนี้ไปขายใน eBay พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด จนกระทั่ง Jason Haxton ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ในมิสซูรีได้มาซื้อไป และได้เขียนบันทึกเรื่องราวแปลกๆ ที่ได้พบจากกล่อง Dybbuk เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ เรื่องราวของ Dybbuk Box ยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง The Possession (2012) อีกด้วย เพื่อนๆ ลองไปหาชมดูได้น้า

.

2. Annabelle ตุ๊กตาผีสิง

.

ในช่วงต้นปี 1970 ตุ๊กตา Annabelle ถูกหญิงรายหนึ่งซื้อไปเป็นของขวัญให้กับลูกสาวของเธอที่กำลังเป็นนักเรียนฝึกพยาบาลอยู่ในขณะนั้น

ซึ่งเธอได้อาศัยอยู่ในห้องพักเล็กๆ กับเพื่อน และได้นำตุ๊กตาตัวกล่าวไปวางไว้บนเตียง แต่แล้ววันหนึ่งเพื่อนร่วมห้องก็ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับตุ๊กตาตัวนี้

เพราะบางครั้งก็ดูเหมือนว่ามันมีพลังที่จะสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง หรือบางครั้งก็พบเห็นมันย้ายไปอยู่อีกห้องหนึ่ง ทั้งๆ ที่ไม่มีใครแตะต้องมันเลย แถมยังเคยพบเห็นกระดาษที่ถูกเขียนด้วยลายมือของเด็ก โดยที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าใครเป็นคนเขียน

.

ภายหลังจากที่ได้นำตุ๊กตาตัวนี้เข้ามาอยู่ในห้อง สาวๆ ก็มักจะพบเจอกับเรื่องแปลกๆ มากมาย และเมื่อได้ลองติดต่อกับหมอผี ก็พบว่ามีเด็กวิญญาณของ Annabelle Higgins เด็กหญิงอายุ 7 ปี สิงอยู่ในตุ๊กตาตัวนั้น

แต่ดูเหมือนว่าตุ๊กตาจะยิ่งแผลงฤทธิ์ขึ้นทุกวัน จนในที่สุด พวกเธอก็ได้ติดต่อไปยัง Ed และ Lorraine Warren นักปีศาจวิทยาชื่อดังให้มาจัดการกับวิญญาณร้าย

ซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้ทำการตรวจสอบก็พบว่า ผีที่สิงอยู่ในตุ๊กตาไม่ใช่วิญญาณของ Annabelle แต่เป็นวิญญาณของปีศาจชั่วร้ายที่หวังจะกลืนกินร่างมนุษย์

สุดท้าย Ed และ Lorraine ก็ได้ตัดสินใจนำตุ๊กตาตัวดังกล่าวไปขังไว้ที่บ้านของพวกเขา ซึ่งในตอนนี้ก็ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมแล้ว

.

3. ภาพวาดผีสิง

.

ในปี 2000 ภาพวาด The Hands Resist Him ผลงานของศิลปิน Bill Stoneham ถูกนำไปประกาศขายบนเว็บไซต์ eBay โดยสามีภรรยาคู่หนึ่งก็สามารถประมูลซื้อไปได้ ซึ่งพวกเขาก็ได้นำรูปนี้ไปติดไว้ในห้องนอนของลูกสาว

และหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มักจะเจอเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นภายในบ้านอยู่เสมอ โดยในบางครั้งลูกๆ ก็มักจะมาบ่นให้ฟังว่า เด็กและตุ๊กตาที่อยู่ในภาพมักจะชอบออกมาเล่นในตอนกลางคืน บางครั้งก็ชอบออกมาทะเลาะกัน

นั่นทำให้ลูกของพวกเขาที่มองไปยังภาพๆ นั้น ก็ได้กรีดร้องเสียงดังด้วยความหวาดกลัว ซึ่งในตอนแรกผู้เป็นพ่อแม่ยังไม่เชื่อเรื่องราวที่ลูกน้อยมาเล่าให้ฟัง

.

.

จนกระทั่งพวกเขาได้เจอของดีกับตัวเมื่อตอนที่ได้ติดอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนในบ้าน และในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นเป็นภาพสุดหลอน ที่เหมือนตุ๊กตาเด็กหญิงกำลังใช้ปืนจี้ไปทางเด็กชายเพื่อบังคับให้เขาออกมาจากภาพ…

และเมื่อได้เจอความหลอนกับตัว ในที่สุดก็ทำให้พวกเขาต้องนำภาพดังกล่าวออกมาขายในที่สุด

.

4. กระจกผีสิง

.

The Myrtles Plantation เป็นหนึ่งในสถานที่สุดหลอนที่ถูกกล่าวขานว่ามีผีสิงมากที่สุดในโลก โดยมันถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ฝังศพของชนพื้นเมืองอเมริกัน นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ที่มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ อีกด้วย

และที่สำคัญ “กระจก” ยังเป็นสิ่งที่มีผีเข้ามาสิงมากที่สุด โดยในปี 1980 ผู้ที่ได้มาเยือนได้ออกมาเผยว่า เห็นภาพใครบางคนอยู่ในกระจกบานหนึ่ง ปรากฏพร้อมกับรอยมือของเด็ก

โดยในกระจกบานนี้มีตำนานที่ลึกลับซ่อนอยู่ เพราะมันมีมีวิญญาณของ Sara Woodruff และลูกๆ ของเธอที่ถูกฆาตกรรมยกครอบครัว ถูกขังเอาไว้ในกระจกบานนี้มาจนถึงปัจจุบัน

.

5. ชุดแต่งงานสุดสยอง

.

ในปี 1849 Anna Baker หญิงสาวจากครอบครัวที่ร่ำรวยได้ตกหลุมรักกับคนงานหนุ่ม แต่ทว่าความรักของทั้งคู่กลับไม่ได้งดงามอย่างที่วาดฝันไว้ เพราะทางพ่อของฝ่ายหญิงปฏิเสธที่จะให้เธอแต่งงานกับคนรัก พร้อมกับขับไล่ชายคนดังกล่าวออกไปให้พ้นจากลูกสาวของเขา

เหตุนี้ จึงทำให้ Anna รู้สึกเสียใจ และโกรธพ่อของเธอเป็นอย่างมาก จนในที่สุดปี 1914 เธอก็ได้เสียชีวิตลง

และก่อนหน้าที่เธอกำลังจะแต่งงานกับชายอันที่รัก Anna ได้เลือกชุดเจ้าสาวที่เธอตั้งใจจะสวมในวันแต่งงาน แต่สุดท้ายงานแต่งดังกล่าวก็ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนชุดที่เลือกไว้แต่งกับคนรักนั้นก็ถูกเก็บไว้ในตู้

.

จนกระทั่งชุดแต่งงานนั้นนำมาจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของ Blair County ในคฤหาสน์เดิมที่ Anna เคยอยู่ โดยที่บางครั้งผู้ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชม ก็มักจะเห็นชุดแต่งงานสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ

บางคนก็เห็นเจ้าสาวกำลังยืนจองมองชุดแต่งงานของตัวเองหน้ากระจก และนั่นก็ทำให้หลายๆ คนเชื่อว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่เหนือธรรมชาติอย่างแน่นอน

.

6. เก้าอี้ผีสิงในปราสาท Belcourt

.

Newport, Rhode Island เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และยังเป็นที่ตั้งของ Belcourt ปราสาทที่เขาว่ากันว่ามีตำนานเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับเกิดขึ้นมากมาย

สำหรับปราสาท Belcourt ได้ก่อตั้งขึ้นโดย Oliver Hazard Perry Belmont นักสังคมสงเคราะห์และนักการเมืองชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงที่สุดในปี 1894

.

โดยภายในปราสาทแห่งนี้ เรียกได้ว่ามีความหรูหรา และอลังการงานสร้างเป็นอย่างมาก โดยมีทั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในปราสาทที่งดงามมากมาย และหนึ่งในนั้นมีเก้าอี้ 2 ตัว ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องความหลอน

เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวได้มีคนเข้าไปเยี่ยมชมที่ปราสาทแห่งนี้ และพยายามที่จะนั่งเก้าอี้ตัวดังกล่าว แต่พวกเขากลับรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรสักอย่างผลักออกมา

ในขณะที่อีกหลายๆ คนได้อ้างว่า ตอนที่นั่งเก้าอี้มันมีความรู้สึกเหมือนว่ากำลังนั่งทับใครบางคนอยู่ และรู้สึกเย็นยะเยือกอย่างบอกไม่ถูก

.

7. ตุ๊กตาโรเบิร์ต สาปส่งผู้ที่ถ่ายรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต

.

ในปี 1906 ตุ๊กตาที่น่าขนลุกตัวนี้ เป็นของเด็กชายที่ชื่อว่า Robert Eugene Otto ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อตุ๊กตาที่ได้รับมาให้เหมือนกับชื่อตัวเอง

Robert ชื่นชอบตุ๊กตาตัวนี้เป็นอย่างมาก เพราะเขามักจะใช้เวลาพูดคุยกับตุ๊กตาตัวโปรดในทุกๆ วัน และเมื่อ Robert โตขึ้น เขาก็ได้กลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงรักตุ๊กตาตัวเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง

.

ภายหลังจากที่เขาได้แต่งงาน ทางด้านผู้เป็นภรรยาก็มักจะสังเกตเห็นว่าตุ๊กตา Robert นั้น มีอะไรบางอย่างที่ขนลุกแอบซ่อนอยู่ บางครั้งเธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ออกมาจากมัน หรือบางครั้งก็เห็นมันเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง สุดท้าย ตุ๊กตาตัวดังกล่าวจึงถูกนำมันไปเก็บไว้ในห้องใต้หลังตา

แต่ทว่าเรื่องราวมันยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อเอาตุ๊กตาตัวดังกล่าวไปขังเอาไว้ มันก็เริ่มแผลงฤทธิ์หนักขึ้นทุกวัน ทางด้าน Robert ก็เริ่มมีอาการเสียสติ จนในที่สุดเขาก็ได้เสียชีวิตลงในปี 1974

.

ต่อมาได้มีครอบครัวหนึ่งได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และได้พบกับตุ๊กตา Robert ที่มักจะออกมาอาละวาดจนทำให้ใครต่อใครไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ สุดท้าย ตุ๊กตาตัวนี้จึงตกไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ East Martello

แต่ยังไม่จบเพียงแค่นั้น ผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้อ้างว่าพวกเขาต้องกล่าวขออนุญาตก่อนถ่ายรูปตุ๊กตา ถ้าหากไม่ทำการขออนุญาต ตุ๊กตาตัวดังกล่าวจะสาปส่งใส่ผู้นั้น

โดยที่ทางพิพิธภัณฑ์ก็ได้จัดแสดงจดหมายจากผู้ต้องคำสาปจากตุ๊กตาตัวนี้ มีใจความเป็นการขอขมาตุ๊กตาเนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตถ่ายรูปก่อน และขอร้องให้ตุ๊กตาปลดคำสาปออกจากตัวเขาด้วย

.

8. รูปปั้นแห่งความตาย

.

รูปปั้นที่เห็นอยู่นี้ มีชื่อว่า “เทพธิดาแห่งความตาย” เป็นรูปปั้นทำจากหินปูนบริสุทธิ์ ถูกค้นพบในปี 1878 คาดว่ามีอายุมากถึง 3,500 ปีก่อนคริสตกาล

สำหรับรูปปั้นดังกล่าวเป็นของ Lord Elphont ซึ่งภายหลังจากที่เขาได้รับรูปปั้นนี้มาก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น เขาและสมาชิกครอบครัว 7 คน เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุภายในเวลา 6 ปี

ต่อมาผู้ที่ได้ครอบครองรูปปั้นดังกล่าวคือ ครอบครัวของ Ivor Manucci และ Thompson-Noel ซึ่งภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี สมาชิกครอบครัวทั้งหมดก็เสียชีวิตไปตามๆ กัน

ส่วนเจ้าของคนที่ 4 คือ Sir Alan Biverbrook ก็ได้มาเสียชีวิตพร้อมกับภรรยา และลูกสาวอีก 2 คนโดยไม่ทราบสาเหตุภายหลังจากที่เขาได้ครอบครองรูปปั้นนี้

ในขณะที่ลูกชายอีก 2 คนของพวกเขา สามารถรอดชีวิตมาได้ เพราะได้นำรูปปั้นไปบริจาคให้แก่พิพิธภัณฑ์ Royal Scottish ในเมือง Edinburgh ซึ่งในปัจจุบันรูปปั้นแห่งความตายก็ยังคงอยู่ในสถานที่แห่งนี้

.

9. ภาพวาดปีศาจ

.

ภาพวาดที่น่ากลัวนี้ถูกเก็บไว้ในห้องใต้หลังคาบ้านคุณยายของ Sean Robinson ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งภาพวาด The Anguished Man เป็นหนึ่งในมรดกที่เขาได้รับตกทอดมาอีกทีหนึ่ง

ซึ่งทางคุณยายก็ได้เล่าว่าภาพนี้เป็นภาพวาดปีศาจชั่วร้าย เพราะศิลปินที่เป็นคนวาดได้ใช้เลือดตัวเองผสมลงไปกับสี และเมื่อวาดเสร็จ เขาก็ฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ คุณยายยังอ้างว่า เธอมักจะได้ยินเสียงคนร้องไห้คร่ำครวญออกมาจากภาพอีกด้วย

เมื่อ Sean ได้นำภาพนี้มาติดภายในบ้าน เขาและครอบครัวก็เริ่มประสบเหตุการณ์ที่น่าขนลุก เช่น ขณะที่ลูกชายมองไปยังรูปภาพก็ทำให้เขาตกบันใดลงมา ส่วนภรรยาก็รู้สึกมาเหมือนมีใครมาลูบผม รวมไปถึงเห็นเงาของชายปริศนาพร้อมกับเสียงร้องไห้เช่นเดียวกัน

.

นอกจากนี้ Sean ก็ได้พยายามพิสูจน์ให้เห็นถึงความเฮี้ยนของภาพนี้ ด้วยการตั้งกล้องจับภาพไว้ตลอดทั้งคืน โดยแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่อาจหาสาเหตุมาอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

แต่ถึงแม้เจ้าตัวจะรู้สึกกลัวมากแค่ไหน เขาก็ไม่ได้ตัดสินใจที่จะขายมันออกไปจากชีวิต

คลิปพิสูจน์ความลี้ลับของภาพดังกล่าว

10. เก้าอี้แห่งความตายที่พร้อมจะฆ่าทุกคนที่นั่งลง

.

ในปี 1702 เมื่อ Thomas Busby ถูกตัดสินโทษประหารโดยการแขวนคอ ซึ่งคำขอสุดท้ายของเขาคือ การได้กินอาหารมื้อสุดท้ายในผับที่เขาชอบไปเป็นประจำ

และหลังจากที่เขากินเสร็จ เขาก็พูดขึ้นมาว่า ‘ขอให้ความตายอันเฉียบพลัน เข้าสิงสู่ใครก็ตาม ที่อาจหาญมานั่งเก้าอี้ของข้า’ นั่นทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะนั่งเก้าอี้ตัวดังกล่าวเลย

จนกระทั่งมีผู้กล้าหลายๆ คนได้มาทดลองนั่งเก้าอี้ตัวนี้ และแน่นอนว่าคำพูดที่ Thomas เคยพูดออกไปก็เป็นจริงขึ้นมา เพราะพวกเขาได้เสียชีวิตลงทั้งหมด

เริ่มต้นความเฮี้ยนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อมีทหารหลายนายจากฐานทัพใกล้ๆ กับแห่งนี้ ลองของกับเก้าอี้ตัวดังกล่าวก่อนออกไปรบ และชาวบ้านก็สังเกตได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีกเลย…

ต่อมาในปี 1967 สองนักบินจากกองทัพอากาศอังกฤษก็ลองของกับเก้าอี้ตัวดังกล่าว และภายหลังที่ออกไปจากผับได้ไม่นาน ก็ขับรถกระบะชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง

ปี 1970 ช่างก่อสร้างผู้ลองดีกับเก้าอี้ต้องสาป ก็เสียชีวิตภายในบ่ายวันเดียวกันที่ได้ลองของ จากสาเหตุที่ตกลงไปในหลุมของไซต์ก่อสร้าง และในปีถัดมา ช่างซ่อมหลังคาที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนี้ ก็เสียชีวิตจากหลังคาที่กำลังซ่อมแซมพังถล่มลงมา

.

.

รวมไปถึงหญิงสาวทำความสะอาดภายในผับ ที่เผลอล้มใส่เก้าอี้ตัวนี้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ก็เสียชีวิตในภายหลังอย่างรวดเร็วด้วยเนื้องอกในสมอง

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าของผับ ก็ได้ตัดสินใจนำเก้าอี้ตัวดังกล่าวไปเก็บไว้ในห้องใต้ดิน แต่สุดท้ายก็มีคนเผลอไปนั่งและสังเวยชีวิตให้กับเก้าอี้ตัวนี้อีก

โดยเหยื่อรายสุดท้ายก็คือ คนส่งของที่ต้องการนั่งพักเหนื่อยจากการขนย้ายสิ่งต่างๆ เข้ามาไว้ภายในห้องเก็บของ และเขาก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ภายในวันเดียวกัน

จนในที่สุด เก้าอี้แห่งความตายก็ถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในปี 1972 มันถูกจัดแสดงด้วยการห้อยให้สูงจากพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนเข้าไปนั่งมันอีกนั่นเอง

.

ที่มา : oddee | catdumb

Comments

comments

Check Also

ชาวนาญี่ปุ่นอาศัยอยู่ใจกลางสนามบินนาริตะ เพราะปฏิเสธเงิน 180 ล้านเยน

หลายคนที่มีบ้าน …