Breaking News
Home / นั่งชิว / อาหารกลางวันในแต่ละประเทศ..สิ่งที่พวกเขาพกมาทานในออฟฟิศ หรือเลือกแถวที่ทำงาน

อาหารกลางวันในแต่ละประเทศ..สิ่งที่พวกเขาพกมาทานในออฟฟิศ หรือเลือกแถวที่ทำงาน

 

ข้าวราดแกง หรืออาหารจานด่วนทั้งหลาย มักจะเป็นอาหารกลางวันทันใจช่วงพักเบรกของคนไทย แต่เคยอยากรู้ไหมว่า? อาหารกลางวันในช่วงพักเบรกทำงานของผู้คนในแต่ละประเทศ เขากินอะไรกันบ้าง? จาม.com ขอพาผู้อ่านมาทำความรู้จัก

.

1. ออสเตรเลีย

.

จากผลสำรวจมีชาวออสเตรเลียจำนวน 80% ใช้เวลาทานอาหารกลางวันตอนพักเที่ยงประมาณ 30 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ส่วนอีก 44% คือข้ามมื้อกลางวันไปเลยเพื่อให้งานเดินหน้าต่อไป ด้วยความที่มันรีบเร่งแบบนี้ อาหารส่วนใหญ่ที่ชาวออสเตรเลียทานระหว่างวันทำงานจึงเป็นอะไรที่ง่ายๆสะดวกรวดเร็ว เช่น เบอร์เกอร์ แซนวิช อาหารห่อ ขนมปังไส้กรอก และอื่นๆ หรือบางคนก็นำอาหารกล่องมา

.

2. บราซิล

.

ในบราซิลผู้คนไม่ได้กินมื้อกลางวันอยู่แค่ในออฟฟิศ แต่ก็จะไม่กินอะไรระหว่างเดินทาง เช่นเดนไปกินแซนวิชไป แต่คนบราซิลจะซื้อและหยุดกินอยู่ตรงนั้นให้เสร็จ ดังนั้นชั่วโมงพักของพวกเขาจึงมีเวลาเยอะทำให้พนักงานได้มีเวลาออกไปหาอะไรกินข้างนอก และอาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกข้าว ถั่ว เนื้อ ไข่ สลัด และ “farofa” (ทำงจากแป้งมันสำประหลัมีเบคอน ไข่ หัวหอมใหญ่ แครอท มะกอกดอง ข้าวโพด ไส้กรอก)

.

3. จีนและไต้หวัน

.

ในจีนและไต้หวัน ผู้คนมักจะนำอาหารกล่องที่ซื้อจากซุ้มในเมืองมากิน ซึ่งในกล่องปกติก็จะแยกอาหาร 4 อย่างแตกต่างกัน ข้าว เนื้อ หรือไข่ แล้วก็อย่างอื่นเช่น เกี๊ยว เต้าหู้ ขิงดองหรือผักนึ่ง ซึ่งกล่องอาหารพวกนี้จะเรียกว่า ” “เบนโตะจีน”

.

4. อินเดีย

.

ปาติแล้วอินเดียและเนปาลมักจะกินอาหารปิ่นโต ที่บรรจุข้าว เนื้อเผ็ด ถั่วแห้ง แกงกะหรี่ ผัก และจาปาตี (แป้งแผ่นที่ทำจากข้าวสาลี)

.

5. อิตาลี

.

จากพบสำรวจพบว่า ผู้คนในอิตาลี 74.3% มักจะทานกลางวันกันที่บ้าน!! อาจจะฟังแล้วมันไปได้ด้วยเหรอ? โดยปกติแล้วคนอิตาลีส่วนใหญ่มักจะทำงานอยู่ในเมืองเล็กๆหรือในหมู่บ้านของพวกเขา โดยจะมีเวลาพักเที่ยงตั้งแต่ 13.30 จนถึง 15.00 บางครั้งก็ขยายเวลาไปจนถึง 16.00 ก็มีเวลาให้บางคนเลือกที่จะกินที่ทำงานหรือที่บ้านได้ ที่ทำงานบางแห่งอาจมีร้านที่มีถาดใส่อาหารให้มาต่อแถวหยิบอาหารประเภทเนื้อย่างและสลัด บางคนก็กินพิซซ่าที่หั่นเป็นสไลด์วางไว้ให้

.

6. ญี่ปุ่น

.

แน่นอนว่าอาหารกลางวันยอดนิยมของญี่ปุ่นก็คือ “เบนโตะ” ที่ประกอบไปด้วย ข้าว เนื้อ ปลา (แซลมอนซาซิมิ ไก่เทอริยากิ) และผักที่มีทั้งดองและปรุงสุก (เอดามาเมะ แครอท และบร็อคโคลี)

.

7. เคนย่า

.

ชาวเคนย่าส่วนใหญ่มักจะไม่ทานหนักในตอนเช้าก่อนไปทำงานเพื่อเลี่ยงรถติด แต่จะเน้นหนักในมื้อกลางวัน จะไปกินกันเป็นกลุ่มในร้านอาหาร กับอาหารพวก ปลาทอดทั้งตัว หรือบางทีก็แค่หัว หรือสตูว์เนื้อแพะ

.

8. เกาหลี

.

เกาหลีก็มีเบนโตะเป็นเวอร์ชั่นของเขาที่เรียกว่า “dosirak” ประกอบไปด้วย ข้าว สาหร่ายแห้ง ไข่ รากบัว และแน่นอน กิมจิ บ้างก็มีกะหล่ำปลีหัวไชเท้า, ต้นหอม แตงกวา เพิ่มความเค้มด้วยน้ำเกลือ ขิง กระเทียม และซอสซีฟู้ด

.

9. นอร์เวย์

.

คนนอร์เวย์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกไปทานกลางวันนอกที่ทำงาน พวกเขาจะนำอาหารมาจากบ้าน เช่น เนื้อ ปลา ผัก และขนมปังชิ้น แต่ไม่ได้ประกบกินเป็นแซนวิช แต่เรียงกันบนจานทั้งอย่างนั้นเลย โดยจะเรียกว่า “smørbrød” และปลามักจะเป็นอาหารหลักของมื้อกลางวัน

.

10. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

.

มื้ออาหารของที่นี้ อย่างที่รุ็กันว่าจะไม่มีเนื้อหมูเด็ดขาด ซึ่งส่วนใหญ่จะมี เนื้อไก่ เนื้อวัว, เนื้อแกะ, หรือแม้กระทั่งเนื้ออูฐ แต่อาหารในเมืองนี้มักจะมีราคาแพง คนทำงานจึงเลือกกินอาหารตามถนนแบบถูกๆ เช่น ฟาลาเฟล (ของทอดที่ทำจากถั่วลูกไก่ ถั่วปากอ้า หรือทั้งสองผสมกัน) หรือขนมปังไก่ย่าง และชวามาหรือเคบับก็เป็นอาหารยอดนิยมเช่นกัน

.

11. สหรัฐ

.

แซนวิช และผลไม้เป็นอาหารคลาสิคของคนสหรัฐ บ่อยครั้งที่มีมันฝรั่งทอดมาด้วย หลายปีที่ผ่านมา มื้อกลางวันของคนสหรัฐเริ่มมีความหลากหลาย และรักสุขภาพมากขึ้น ผู้คนมักจะนำมาสลัดมากินที่โต๊ะทำงาน หรือไม่ก็อาหารประเภทพาสต้า

.

ที่มา : Thisinsider , jarm

Comments

comments

Check Also

ชาวนาญี่ปุ่นอาศัยอยู่ใจกลางสนามบินนาริตะ เพราะปฏิเสธเงิน 180 ล้านเยน

หลายคนที่มีบ้าน …