Breaking News
Home / นั่งชิว / 14 ความเชื่อแปลกๆ ใน ‘ยุคกลาง’ เมื่อศาสนาควบคุมทุกอย่าง และวิทยาศาสตร์ไร้พลัง

14 ความเชื่อแปลกๆ ใน ‘ยุคกลาง’ เมื่อศาสนาควบคุมทุกอย่าง และวิทยาศาสตร์ไร้พลัง

 

การศึกษานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเรื่องวิทยาศาสตร์ เพราะถ้าหากศึกษาไม่มากพอนั้นอาจจะทำให้เกิดความเชื่อแบบผิดๆ ได้ ตั้งแต่โบราณกาลนั้นมีความเชื่อแปลกๆ มากมายซึ่งเมื่อฟังดูแล้วไม่น่าจะมีใครเชื่อได้ แต่ผู้คนในยุคกลางกลับเชื่อว่าเรื่องราวแปลกๆ เหล่านี้เป็นความจริง เนื่องจากการศึกษาสมัยนั้นยังไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร

.

14. มีคนตัวเล็กๆ อยู่ในเชื้ออสุจิ

ในศตวรรษที่ 17 และ 18 นักวิทยาศาสตร์ได้เชื่อแบบนี้จริงๆ พวกเขาคิดว่าเด็กทารกทุกคนนั้นมีร่างกายที่สมบูรณ์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นแค่ตู้ฟักทารกเท่านั้น



หลังจากนั้นก็ได้มีคนถกเถียงประเด็นนี้ พวกเขาคิดว่าทารกนั้นมีอยู่ในตัวของผู้หญิงอยู่แล้ว หน้าที่ของอสุจินั้นคือการเข้าไปปลุกให้ชีวิตนั้นตื่นขึ้นมา ซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งคู่เลย

.

13. ปิศาจ Titivillus

ในช่วงยุคกลางนั้น นักบวชมีหน้าที่เหมือนกับเครื่องพิมพ์ พวกเขาต้องเขียนหนังสือเป็นร้อยๆ เล่มด้วยมือ ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าจะต้องมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่พวกเขาไม่อยากยอมรับผิด ก็เลยสร้างเรื่องปิศาจที่ชื่อ Titivillus ขึ้นมา

.

พวกเขาบอกว่าเจ้าปิศาจตัวนี้จะรวบรวมข้อผิดพลาดของพระใส่ลงในย่าม และจะเอามาโชว์ให้เห็นหลังความตายเพื่อลดโอกาสที่จะได้ขึ้นสวรรค์

.

12. การฝังหัวใจแยกกับศพ

.

การเคลื่อนย้ายศพในอดีตนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่จะทำอย่างไรเมื่อมีคนขอให้คุณนำศพไปฝังในสถานที่อื่นที่แสนไกล ในช่วงศตวรรษที่ 10 ผู้คนก็ได้มีไอเดียในการผ่าเอาหัวใจออกมา เพื่อนำไปฝังในที่ที่ไม่สามารถนำร่างกายไปฝังได้ และมีแค่คนที่มีฐานะเท่านั้นที่สามารถทำได้

.


11. เหล่าสัตว์ทั้งหลายก็ต้องได้รับการสอบสวนเช่นกัน

ในอดีตนั้นแม้แต่สัตว์ก็สามารถเป็นผู้กระทำความผิดได้ พวกมันต้องขึ้นศาลเพื่อตัดสินกับทนายและผู้พิพากษาจริงๆ ด้วย พวกมันสามารถถูกจับเข้าคุกและถูกประหารได้ด้วยเช่นกัน

.

ครั้งหนึ่งในเมือง Lausanne มีหนอนได้ถูกเรียกให้มาขึ้นศาลเนื่องจากกระทำความผิดโดยการกินใบไม้ในสวน แต่ว่ามันก็ไม่มาแสดงตัวที่ศาล จึงถูกสั่งให้เนรเทศออกจากเมือง แมวจำนวนมากก็ถูกประหารด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีความเชื่อว่าแมวทำงานให้กับปิศาจโดยการนำโรคภัยต่างๆ มาแพร่ทั่วยุโรป ซึ่งทำให้จำนวนประชากรแมวลดลงอย่างมหาศาล

.

10. เคยมีแผ่นดินอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิก

.

เมื่อนานมาแล้วหลายๆ ประเทศก็ได้มีความเชื่อว่าเคยมีดินแดนอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งได้จมหายไปแล้ว มีหลายชื่อเรียก ไม่ว่าจะเป็น Pacifida, Mu หรือ Lemuria ตำนานของเกาะอีสเตอร์เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งของเรื่องราวเหล่านี้

.

9. เลือดของนักรบในสมัยโรมันสามารถรักษาโรคลมบ้าหมูได้

นักรบในสมัยโรมันได้สละเลือดของพวกเขาเพื่อบูชาเทพเจ้าก่อนที่จะไปสู้รบ เพื่อให้มีพละกำลังและความคล่องตัว เป็นเหตุผลที่ทำให้คนเชื่อว่าเลือดของนักรบนั้นมีคุณสมบัติพิเศษอยู่

.

นักประพันธ์อาวุโสชาวโรมัน Pliny ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ผู้ป่วยโรคลมบ้าหมูได้ดื่มเลือดของนักรบเป็นประจำ สามารถรักษาอาการป่วยได้เป็นอย่างดี

.

8. แม่มดเก็บอวัยวะเพศของผู้ชายไว้เป็นสัตว์เลี้ยง

ในตำนาน Malleus Maleficarum อันโด่งดังกล่าวว่า แม่มดจะขโมยอวัยวะเพศของผู้ชายไปใส่รัง ให้อาหารและพูดคุยกับมันราวกับเป็นสัตว์เลี้ยง




.

เรื่องราวสุดแปลกนี้จริงๆ แล้วมาจากอาการของโรค Koro Syndrome ซึ่งคนไข้ที่ป่วยโรคนี้จะรู้สึกว่าอวัยวะของตัวเองนั้นหายไป ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะโยนความผิดให้กับแม่มดในยุคกลาง

.

7. วิญญาณชั่วร้ายอาศัยอยู่ในกะหล่ำดาว

ก่อนที่จะนำกะหล่ำดาวมาประกอบอาหารนั้น ผู้คนชาวตะวันตกมักจะผ่าเป็นเส้นตัดกัน พวกเขาเชื่อว่าผักจะสุกไวขึ้น แต่จริงๆ แล้วความเชื่อนี้มันมีที่มา

.

ในยุคกลางของประเทศอังกฤษ ผู้คนเชื่อว่ามีภูตผีปิศาจตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ในกะหล่ำดาว เมื่อกินเข้าไปอาจจะทำให้อาหารเป็นพิษได้ ซึ่งอาจจะมาจากการล้างผักไม่สะอาด แต่พวกเขาก็ใช้วิธีผ่ากะหล่ำเป็นรูปกากบาทเป็นการปราบปีศาจที่ว่านั่นเอง

.

6. สัตว์บางชนิดนั้นเกิดขึ้นมาเอง

.

ในสมัยยุคกลาง ผู้คนเชื่อว่าตัวตุ่น หนอนและแมลงต่างๆ นั้นอยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาเอง เพราะมันโผล่ขึ้นมาจากดิน เนื่องจากยังขาดความรู้เกี่ยวกับชีววิทยา นอกจากนั้นยังเชื่อว่าหนูก็เกิดด้วยวิธีเดียวกันอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่จะเรียนรู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

.

5. ผึ้งคือนก

.


สารานุกรมเกี่ยวกับสัตว์ในยุคกลางนั้นมีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวในยุคปัจจุบัน ในสารานุกรมนั้นมีการกล่าวถึงผึ้งว่าเป็นนกที่มีขนาดเล็กและแปลกมากๆ เนื่องจากสามารถผลิตน้ำผึ้งได้และทำสงครามกับรังอื่นอีกด้วย มีความเชื่อว่าเมื่อผึ้งนั้นทำผิดกฎของรัง มันจะแทงตัวเองด้วยเหล็กในและตายไป

.

4. ตัวบีเวอร์คือปลา

.

เดิมทีนั้นตัวบีเวอร์ถูกพิจารณาให้เป็นปลาชนิดหนึ่ง และเนื้อของมันสามารถนำมารับประทานในช่วงศีลอดได้ อวัยวะเพศของมันเป็นยาที่มีมูลค่าสูง ผู้คนเชื่อว่าเมื่อบีเวอร์รู้ตัวว่ามันจะไม่รอดจากการถูกจับ มันจะกัดอวัยวะเพศของมันทิ้งเพื่อหนีเอาตัวรอด

.

3. เด็กทารกจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

คำพูดที่ว่าเด็กทารกจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดนั้นอาจฟังดูไร้สาระ แต่เมื่อ 30 ปีที่แล้วมีความเชื่อแบบนั้นจริงๆ พวกเขาเชื่อว่าสมองของทารกนั้นยังพัฒนาไม่เต็มที่ที่จะสามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้

.

การผ่าตัดทารกในสมัยก่อนจึงไม่ใช้ยาชาหรือยาสลบ พวกเขาเชื่อว่าที่เด็กร้องไห้นั้นมาจากการกระทำที่ไม่ดี

.

2. การผสมผสานตัวโน๊ตดนตรีบางตัวสามารถเรียกปิศาจออกมาได้

.

โบสถ์ในยุคกลางถูกห้ามไม่ให้เล่นตัวโน๊ตบางตัวในดนตรี ที่เรียกว่า Tritone Interval ซึ่งเป็นตัวโน๊ต 3 ตัวอยู่ระหว่างกัน เมื่อผสมกันแล้วจะทำให้เสียงเหมือนกับปิศาจ ถ้ามีคนเล่นตัวโน๊ตนี้ อาจจะถูกจับขังคุกได้

.

1. การตะไบฟันจะทำให้เป็นนักรบที่ดี

.

นักรบไวกิงนั้นจะตะไบฟันของตนเองเพื่อให้สู้รบได้ดีขึ้น และมีอีกรูปแบบคือ เมื่อนักรบนั้นมีความชำนาญ เขาจะสามารถปรับแต่งฟันของเขาได้ เพื่อให้คนเห็นถึงสถานะความเป็นลูกผู้ชาย

.

ที่มา : brightside | clipmass

Comments

comments

Check Also

15 ภาพที่พิสูจน์ว่า มีคนอยู่ 2 ประเภทบนโลกใบนี้

ชาวตะวันตกมักมี …